เสาร์. ก.ค. 2nd, 2022

Go2laos.com

โกทูลาวดอตคอม ไปเที่ยว สปป.ลาว

ดอกจำปา ดอกไม้ประจำชาติของลาว

1 min read

ดอกไม้ประจำชาติของลาว

ดอกไม้ประจำชาติ ประเทศลาว คือ ดอกจำปาลาว (Dok Champa) คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ ดอกลีลาวดี หรือ ดอกลั่นทม โดยดอกจำปาลาวมักมีสีสันหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นเพียงสีขาวเท่านั้น เช่น สีชมพู สีเหลือง สีแดง หรือสีโทนอ่อนต่าง ๆ โดยดอกจำปาลาวนั้นเป็นตัวแทนของความสุขและความจริงใจ จึงนิยมใช้กัน …

ราชอาณาจักรไทยกับบันทึกของลั่นทม  ในช่วงปี พ.ศ. 2232 – 2238 ชาร์ลส์ พลูมิเยร์ ( Charles Plumier) ผู้เขียนเรื่อง The Flora of Tropical America ) ชาวฝรั่งเศสเดินทางไปแถบหมู่เกาะเวสต์อินดีสเพื่อคันหาพืชพันธุ์ใหม่ๆ ตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และพบพันธุ์ไม้พื้นเมืองชนิดหนึ่งซึ่งนิยมปลูกตามสุสาน ดอกมีกลิ่นหอม ต้นไม้ที่ว่านั้นคือดอกลั่นทม

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ตรงกับสมัยพระนารายณ์มหาราชแห่งราชอาณาจักรสยาม มีการเจริญสันพันธ์ไมตรีกับประเทศฝรั่งเศส แต่คาดว่าต้นลั่นทมอาจจะยังไม่เข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงนี้ พิจารณาได้จากจดหมายเหตุและพงศาวดารพระราชอาณาจักรสยาม ครั้งสมัยกรุง ศรีอยุธยา ปลายแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ.2230 โดยมองซเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ( Monsieur de LaLoubere) เอกอัครราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่14 ผู้เข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวายพระราชสาสน์ ณ กรุงสยาม ในคณะทูตานุทูตฝรั่งเศสชุดที่2 ได้เขียนเล่าเรื่องราวของกรุงสยามเป็นภาษาฝรั่งเศสและบันทึกถึงชื่อต้นไม้ ที่ชื่อลั่นทม เหตุอย่างหนึ่งอาจเกิดจากพื้นที่ของอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม ในฤดูน้ำหลากมักเกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งไม่เหมาะกับการปลูกพืชชนิดนี้ จีงยังไม่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย

ต่อมาในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญที่ 9 (พระเจ้าท้ายสระ) ราวปี พ.ศ.2260 กรุงศรีอยุธยาได้ติดต่อทำการค้ากับประเทศสเปน ในช่วงนี้มีการนำเอาต้นลั่นทมเข้ามามากที่สุดจากฟิลิปปินส์ โดยทหารสเปนที่เข้ามายึดฟิลิปปินส์เป็นอาณานิคมนำลั่นทมจากประเทศแถบละตินอ เมริกาเข้ามายังภูมิภาคนี้ สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาพบหลักฐานทางวรรณคดีที่เอ่ยถึงลั่นทม เรื่องบุณโณวาทคำฉันท์ของพระมหานาค วัดท่าทราย เข้าใจว่าแต่งในราวปี พ.ศ.2293 – 2301 ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ปรากฏตอนพรรณนาถึงลานพระพุทธบาท สระบุรี ดังนี้ “ลั่นทม ระดมดาษ ดุจราชประพัตรา แก้วกรรณิกากา- รเกษกลิ่นกำจรลม” ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเริ่มปรากฏหลัก ฐานเด่นชัดเกี่ยวกับลั่นทมมากขึ้น โดยพบจากงานเขียนในวรรณคดีหลายเรื่องดังความ ในนิราศพระบาทของสุนทรภู่ที่ว่า “ศาลา มีทั้งระฆังห้อย เขาตีบ่อยไปยังค่ำไม่ขาดเสียง ดงลั่นทมร่มรอบคิรีเรียง มีกุฎิ์เคียงอยู่บนเขาเป็นหลั่นกัน”

และ สมัยรัชกาลที่ 4 มีการสร้างพระราชวังที่จังหวัดเพชรบุรี ชื่อพระนครคีรี หรือเขาวัง โดยนำเอาลั่นทมสีขาว( Plumeria obtuse L.) มาปลูกเรียงรายขึ้นไป แลเห็นเป็นเสมือนภูเขาลั่นทมเช่นเดียวกันกับพระราชฐานฤดูร้อนที่เกาะสีชัง ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น และพระราชทานนามว่า “จุฑาธุชราชฐาน” ปี พ.ศ. 2435 ครั้งนั้นมีการปลูกต้นลั่นทมเป็นจำนวนมากที่เกาะสีชังจนกลายเป็นสัญลักษณ์ ของเกาะนี้ในเวลาต่อมา ส่วนลั่นทมชนิดดอกแดง (Plumeria ruba L.) นั้น พระยาอัชราชทรงสิริเป็นผู้นำมาจากปีนัง และนำมาปลูกที่จังหวัดภูเก็ตคราวพระบาทสมเด็จมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ ประพาสปีนัง (พ.ศ. 2467) ตั้งแต่นั้นมาจึงเริ่มเห็นดอกลั่นทมสีต่างๆ มากขึ้น

ຈຳປາເມືອງລາວ จำปาเมืองลาว

เพลง จำปาเมืองลาว

โอ้ดวงจำปา เวลาซมน้อง นึกเห็นพันซ้อง
มองเห็นหัวใจ เฮานึกขึ้นได้ ในกลิ่นเจ้าหอม
เห็นสวนดอกไม้ บิดาปลูกไว้ตั้งแต่ใดมา
เวลาง่วมเหงา เจ้าซ่วยบรรเทาเฮาหายโศกา
เจ้าดวงจำปา คู่เคียงเฮามา แต่ยามน้อยเอย
กลิ่นเจ้าสำคัญ ติดพันหัวใจ เป็นน่าฮักใคร่
แพงไว้เซยซม ยามเหงาเฮาดม โอ้จำปาหอม
เมื่อดมกลิ่นเจ้า ปานพบซู้เก่าที่พรากจากไป
เจ้าเป็นดอกไม้ ที่งามวิไล ตั้งแต่ใดมา
เจ้าดวงจำปา มาลาขวัญฮักของเฮียมนี้เอย
โอ้ดวงจำปา บุปผาเมืองลาว งามดังดวงดาว
ซาวลาวเผิ่งใจ เกิดอยู่ภายใน ดินแดนลานซ้าง
ถ้าได้พลัดพราก เนรเทศจาก บ้านเกิดเมืองนอน
เฮาจะเอาเจ้า เป็นเพื่อนฮ่วมเหงา เท่าสิ้นซีวา
เจ้าดวงจำปา มาลางามยิ่ง มิ่งเมืองลาวเอย
เจ้าดวงจำปา มาลางามยิ่ง มิ่งเมือง

ต้นจำปาลาวหรือ ลั่นทม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เนื้อไม้อ่อน แตกกิ่งเป็นแฉกเป็นง่ามกระจายออก ทำให้เกิดทรงพุ่มใหญ่ กิ่งเปราะง่าย ทิ้งใบในฤดูแล้ง แล้วผลิดอก และใบรุ่นใหม่อในช่วงราวเดือนเมษายนเป็นต้นไป เราจะได้ชมดอกลั่นทมบานเต็มต้น ปราศจากใบบัง สวยงามมาก ใบลั่นทมโตเป็นรูปใบหอก แข็งแรงสีเขียวเข้ม ออกดอกเป้นช่อ ถั่วต้นสมบูรณ์ดี ช่อหนึ่งจะมีดอกหลายสิบดอกเป็นกลุ่มสวยงามมาก มีกลีบดอก 5 กลีบ มีหลายลักษณะบางชนิดกลีบเวียนซ้อนกัน บางชนิดกลีบดอกเรียงกัน บางชนิดปลายกลีบดอกแหลม บางชนิดกลีบดอกมนมากมายหลายสี บางต้นอาจมีดอกสีเดียว เช่น ขาว แดง  ชมพู  แต่บางต้นจะมีดอกสีแซมกันเป็นหลายสี  ขนาดดอกใหญ่ เล็ก ต่างกัน ดอกลั่นทมมีกลิ่มหอมพิ เศษ ช่วยให้ผ่อนคลาย ส่วนที่จะหอมมาก หอมน้อย นั้นต่างกันไปแต่ละชนิด จึงนิยมใช้กันมากในวงการสปา และเป็นไม้มงคลของผู้เกิดราศีมีน

ประลั่นทมเข้ามาในประเทศไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  เมื่อครั้งเสด็จ ไปเยือนประเทศอินโดนิเซีย เป็นพันธุ์ดอกสีขาว ใบสีเขียวเข้ม โดยนำมาปลูกที่พระราชวัง บนเขาวัง และที่เกาะสีชัง แต่ก็ยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าดอกลั่นทมนั้นได้มายังประเทศไทนก่อนหน้านั้นแล้ว ด้วยมีบทวรรณกรรมของสุนทรภู่ ซึ่งเกิดและเติบโตในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้กล่าวถึงดอกลั่นทมไว้หลายเรื่อง เช่นเดียวกับบทพระราชนิพพนธ์ในรัชกาลที่ 2 เรื่องอิเหนาที่กล่าวถึงต้นลั่นทม “เดินพลางทางชมพรรณไม้  พฤกษาใหญ่เรียบเรียงรื่นร่ม ริมทางระหว่างเขาล้วนลั่นทม ต้องลมดอกดวงร่วงเรี่ยทาง” อิเหนา…พระราชนิพนธ์สมัยรัชการที่ 2

พอนำรายละเอียดได้มาแบ่งปันกันนะครับ ไว้พอเท่านี้ก่อน นะครับ สำหรับพี่ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศลาว ส่งมาเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ทางอีเมล์ info@go2laos.com หรือ โทร. 093 136 7185 ได้เลยนะครับ

ใส่ความเห็น

เชื่อมต่อโดย: