พฤหัส. มี.ค. 4th, 2021

Go2laos.com

โกทูลาวดอตคอม ไปเที่ยว สปป.ลาว กันครับ

ฐานถิ่นดินซำเหนือ สุขใจเหลือที่ได้มาอยู่ (เรื่องเก่าเล่าใหม่)

1 min read

ได้มายืนจุดสูงสุดมองชำเหนือสุดสายตา … สายหมอกจางๆ กับอากาศที่หนาวเย็นลอยพัดพลิ้วผ่านม่านฟ้าเมืองซำเหนือ เมืองหลวงของแขวงหัวพัน ทำให้ภาพหัวเมืองทางเหนือของลาวแห่งนี้ ชัดขึ้นในยามฟ้าสาง อากาศที่เย็นหนาวยามดึกค่อนรุ่งสาง คลายตัวลง แต่ที่ซำเหนือเมืองอ้อมกอดแห่งภูดอย อากาศค่อนข้างเย็น  ในยามดึกบางครั้งถึงกับหนาว น้ำซำที่ไหลเลื่อยอ่อนๆ ผ่านใจกลางเมือง แม้ในยามปลายแล้งเช่นนี้ น้ำซำก็มิเคยเหือดแห้งหาย ยังหล่อเลี้ยงผู้คนและชาวนาแห่งแดนซำตลอดมา โดยเฉพาะเมื่อครั้งคราวการหล่อเลี้ยงกองทัพประชาชนปฏิวัติ เพื่อขับไล่นักล่าเมืองขึ้นข้ามชาติให้ออกไปจากภูมิภาคอินโดจีน แต่หนหลัง

เมืองซำเหนือ คือเมืองเอกของแขวงหัวพัน ประเทศลาว มีชายแดนติดกับประเทศเวียดนาม ซึ่งแขวงหัวพันอยู่ถัดจากแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว เมืองซำเหนือตั้งอยู่กลางหุบเขาเขียวขจี และอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่าไม้มากมาย โดยเมืองนี้มีความสูงจากน้ำทะเล 1,200 เมตรเมืองซำเหนือเป็นเมืองที่มีลักษณะงดงามทางธรรมชาติที่สวยงาม เมืองซำเหนือมีตลาดในเมืองยามเช้า (ผมว่าเขาขายกันทั้งวันแหละครับ ) โดยจะมีชาวเขาเผ่าต่างๆ ออกมาเดินซื้อของ โดยเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ (ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในลาว) มีสินค้าให้เลือกมากมายเช่น อาหารสด อาหารแห้ง ของใช้จากประเทศจีน ประเทศเวียดนามและประเทศไทย ผ้าทอมือ ซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของประเทศลาว ที่ส่งไปขายยังเมืองหลวงพระบางและเมืองเวียงจันทน์ มีลวดลายที่ประณีต และสวยงามมาก

“ ฐานถิ่นดินซำเหนือ สุขใจเหลือที่ได้มาอยู่
เพื่อนมิตรจากหลายแขวง ฮักแพงร่วมกันหมู่คู่ ทุกคนศึกษาเฮียนฮู้
น้ำใจแข็งแกร่งทนสู้หนักเบาก็อยู่เพื่อชาติลาวเฮา…..
ฐานถิ่นดินซำเหนือ สิ้นเศิกเสือบ่มีมารผ่าน เดี๋ยวนี้ทุ่งนาไก่ วิไล สวยงามสง่า
สร้างสา ปัวแปงก้าวหน้า สถาบันฮ่ำเฮียนค้นคว้า สถาปนา ชื่อ
เมืองเวียงชัย……”
(บทเพลงเวียงชัยแดนงาม  :  เพลงปฏิวัติ) 



เมืองเวียงไซ  ถือเป็นเมืองที่เป็นหัวใจของการท่องเที่ยวแขวงหัวพัน ห่างจากเมืองซำเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ขับมอเตอร์ไชต์กับบรรยากาศที่หนาวเหน็บผ่าทะลุมวลหมอกที่ตกเป็นระอองฝน ทำเอาผมเปียกไปทั้งตัว เส้นทางขึ้นเขา ลงเขาสูงชันพอสมควรบางจุดถนนชำรุดมาก กอรปกับถนนแคบ เจ้าถิ่นก็ขับรถไวกันจริงๆ ไม่รู้จะรีบไปไหน ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ เมื่อเดินทางมาใกล้สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ ระหว่างทางตื่นตาตื่นใจกับภูผาสูงใหญ่ เรียงรายทั้งสองข้างทาง ทั้งบ้านเรือนของชาวบ้านที่ชิดริมถนนตลอดเส้นทาง



การเดินทางท่องเที่ยวมาเมืองนี้ เป็นการเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะถ้ำที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ ต้องอาศัยการนำเที่ยวเชี่ยวชาญในพื้นที่เท่านั้น ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวชมถ้ำด้วยตนเอง การเดินทางครั้งนี้ ผมขับรถมาถึงข่าวสารการท่องเที่ยวถ้ำ เมืองเวียงไช พบกับเจ้าหน้าที่หลายท่าน และนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนหนึ่ง ผมเข้าไปติดต่อชื้อบัตรเข้าเยี่ยมชม เปิดเยี่ยมชมวันละสองรอบ คือรอบเช้า 09.00 น. – 12.00 น. และรอบบ่าย 13.00 น. – 16.00 น. (นักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง เวียดนาม ไทย จีน และกัมพูชา 20,000 กีบ/คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั่วไป 60,000 กีบ/คน) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้อธิบายหลักการเบื้องต้น และนำคณะไปยังเป้าหมาย

ผู้นำทางคณะของผม เป็นเจ้าหน้าที่ห้องการท่องเที่ยวเมืองเวียงไช ชื่อคุณเอิ้น เป็นหนุ่มวัยสามสิบปี เป็นคนพื้นที่ นำทางและคอยให้คอยมูล ถามตอบกับนักท่องเที่ยว พร้อมกับไกด์ภาษาเยอร์มันจากเวียงจันทน์ พร้อมนักท่องเที่ยวอีกสองท่าน  ครับ เริ่มกันเลย รายละเอียดที่ได้ศึกษาจากผู้นำทางในครั้งนี้ เนื่องจากเมืองมีบรรยากาศสวยงามจากธรรมชาติของภูเขาหินปูนตั้งเรียงรายอยู่มากมาย โดยพื้นที่รอบๆ มีหมู่ถ้ำกว่า 400 แห่งกระจายอยู่ เฉพาะเขตเมืองก็มีเกือบร้อย แต่มีเพียง 12 ถ้ำ ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชาติ ปัจจุบันเปิดให้เข้าชม 6 ถ้ำ ที่เคยใช้เป็นที่พำนัก และศูนย์บัญชาการของท่านผู้นำปฏิวัติทั้ง 4 ท่านคือ ท่านไกสอน พรหมวิหาน, ท่านสุพานุวง (เจ้าชายแดง), ท่าหนูฮัก พูมสะหวัน (ถ้ำเล็กสุด) และท่านคำไต สีพันดอน รวมทั้งแนวร่วมกว่า 23,000 คน ในขณะนั้น บางถ้ำถูกใช้เป็นโรงพยาบาลหรือห้องประชุมขนาดใหญ่อีกด้วย

เมืองเวียงไชย  เป็น ดินแดนที่สวยงานและวีระอาจหาญ ทิวทัศน์ธรรมชาติภูผาป่าไม่ที่เขียวสดงด งามและทุ่งนายาวเหยียดทอดไปตามแนวภูผา เป็นสิ่งสวยงามยิ่งนักและยังเป็นที่ตั้งทางประวัติศาสตร์ในการต่อสู้กู้ ชาติต้านจักรพรรดิ์ต่างด้าวที่เข้ามารุกรานดินแดนแห่งนี้ ภายหลังสงครามได้ยุติลง สถานที่แห่งนี้เป็นภูผาหินเต็มไปด้วย ถ้ำธรรมชาติ

ถ้ำท่านประธานไกสอน พรมวิหาร ในปี 1964 ท่านประธานไกสอน ได้โยกย้ายเข้ามา ระยะแรกก็ยังไม่ปรับปรุง ต่อมาได้ เจาะ 2 ถ้ำทะลุถึงกันมีความยาว 140 เมตร ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่สูงกว่าหน้าดินจนได้สร้างปันไดขึ้นไป 32 ขั้น ถ้ำนี้ประกอบด้วยห้องป้องกัน, ห้องรับแขก ศูนย์กลางพรรคและรับแขกต่างประเทศ, ห้องประชุม, ห้องสโมสร ซึ่งเป็นสถานที่เล่นกีฬา และศิลปะต่างๆ โดยเฉพาะท่านประธานไกสอน พรมวิหาร ชอบเล่นกีฬา เช่นกีฬาปิงปอง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีห้องค้นคว้าห้องนอน ที่ปากถ้ำมีถ้ำเล็กซึ่งเป็นถ้ำทำอาหารในเวลาสงคราม ในต้นปี 1973 แล้วจึงได้สร้างเรือนหลังหนึ่งเป็นที่พักของท่านประธานไกสอน พรมวิหาร แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์โดยเอาไม้มุงหลังคาชั่วคราวเพื่อรอการสร้างเรือน หลังใหม่ ก่อนการก่อนสร้างสำเร็จ ท่านประธานไกสอนได้เข้าเวียงจันทน์ ก่อน เรือนหลังนี้ต่อมาได้ใช้เก็บเอกสารและพัสดุทางประวัติศาสตร์

ถ้ำท่านประธานสุภานุวงศ์ เดิมเรียกว่า ถ้ำผาปุ่ง (ผาโป่ง) แต่เดิมถ้ำนี้เป็นป่าดงดิบ มีสัตว์ต่างๆ มากมาย เช่น กวาง เก้งและสัตว์อื่นๆ อาศัยอยู่มาก เขตนี้มีโป่งน้ำสัตว์ทั้งหลายใช้อาศัยกินน้ำ ประชาชนจึงเรียกว่าผาปุ่ง (ผาโป่ง) ในต้นปี 1964 ท่านประธานสภานุวงศ์ได้ย้ายสำนักเข้าอยู่ถ้ำแห่งนี้ ในขั้นแรกก็อาศัยถ้ำธรรมชาติ แต่ต่อมาก็ได้เริ่มปรับปรุงเป็นที่พักอาศัย มีหลายห้องคือ ห้องป้องกัน, ห้องนอน,ห้องประชุม ฯลฯ อยู่นอกถ้ำมีห้องเล็กใช้เป็นห้องอาหาร นอกจากนั้น ยังมีเรือนเล็กหนึ่งหลัง ซึ่งปลูกให้ท่านสุภานุวงศ์พักอยู่ภายหลังสงคราม ระหว่างรอการก่อสร้างบ้านพักหลังใหม่สำเร็จ



ฐานถิ่นดินซำเหนือ สุขใจเหลือที่ได้มาอยู่  https://pantip.com/topic/31734315

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

เชื่อมต่อโดย: